เสียหายยับ น้ำทะเลล้นเข้าพังงา ทำไก่ตายมูลค่ากว่าครึ่งล้านบาท !

นายประยูร โขขัด ผู้ช่วย ส.ส.สตูลเขต1(นายพิบูลย์ รัชกิจประการ ส.ส.สตูลเขต1) และนายเวชศาสตร์ ยังปากน้ำ ผู้ช่วย ส.ส.สตูลเขต1 (นายพิบูลย์ รัชกิจประการ ส.ส.สตูลเขต 1) พร้อมทีมงานเดินทางไปสำรวจน้ำทะเลหนุนสูง ท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน ถนนหนทาง ในพื้นที่หมู่ที่ 2 และ 3 ต.ตันหยงโป อ.เมืองสตูล โดยมีชาวบ้านได้รับผลกระทบประมาณ 30 หลังคาเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่นอนได้รับความเสียหาย ระดับน้พสูงสุดบางแห่งสูงกว่า 1 เมตร นายเวชศาสตร์ กล่าวว่า สำหรับน้ำทะเลหนุนดังกล่าวเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ โดยน้ำทะเลจะหนุนสูงช่วงรอยต่อระหว่างฤดูฝนกับฤดูหนาว แต่ปีนี้ระดับน้ำสูงมากกว่าปรกติ สำหรับ จ.สตูลหมู่บ้านที่อยู่ชายฝั่งทะเลจะพบกับเหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งบางแห่งก็หนักบางแห่งก็ไม่รุนแรง แต่สำหรับที่ ต.ตันหยงโป ค่อนข้างจะรุนแรงเนื่องจากว่าพื้นที่เป็นที่ลุ่มเมื่อน้ำเข้าท่วมในที่ลุ่มน้ำก็จะไม่ลดลง แม้น้ำทะเลจะลงแต่น้ำยังคงท่วมขัง ส้รางความเดือดร้อนให้ชาวบ้านต้นไม้ที่ปลูกไว้เมื่อถูกน้ำเค็มท่วมก็จะตายหมด ตนเองได้รายงานไปยังนายพิบูลย์ รัชกิจประการ ส.ส.สตูลเขต 1 ตอนนี้กำลังเดินทางกลับจาก กทม.โดยเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ต่อไป

ขณะที่ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา น้ำทะเลหนุนล้นคลองบางเตยและร่องน้ำเข้าท่วมคอกไก่ของ ฟาร์มเลี้ยงไก่ ในพื้นที่ หมู่ 3 ต.บางเตย อ.เมือง จ.พังงาของ นายอุดม ทรายทอง อายุ 54 ปี ทำให้ไก่จมน้ำตายประมาณ 5,000 ตัว เสียหายคิดเป็นมูลค่ากว่า 500,000 บาท นายอุดมเจ้าของ ทรายทองฟาร์ม กล่าวว่า ตนเองอยู่ในพื้นที่บ้านเขาเฒ่า หมู่ 3 มาตั้งแต่กำเนิด จนอายุกว่า 50 ปี ยังไม่พบเห็นน้ำทะเลหนุนสูงจนเข้าท่วมบ้านเรือนเหมือนเช่นครั้งนี้ พบว่าครั้งนี้น้ำทะเลหนุนสูงมีระดับสูงถึง 1.5 – 2 เมตร ช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมาตนเองและลูกน้องช่วยกันกู้ไก่แต่ไม่ทันทำให้ไก่จำนวน 4 คอก ตายยกคอก เหลือไก่อีก 4 คอกที่น้ำท่วมไม่ถึง มีไก่ตายประมาณ 5,000 ตัว เสียหายเบื้องต้น 500,000 บาท นอกจากนี้ยังมีบ่อปูดำไข่ที่ตนเองเลี้ยงไว้หนีจากบ่ออีกจำนวนมาก ความเสียหายดังกล่าวตนเองอยากให้ภาครัฐเข้าช่วยเหลือและเยียวยาด้วย.