ีอีกสายพันธุ์ที่น่าสนใจ หลังชาวบ้านเพาะพันธุ์ขายได้กำไรดี

คุณกนกศักดิ์ รัตนวงศ์ หรือ คุณตั้ม เกษตรกรเลี้ยงไก่แจ้ อาศัยอยู่ที่ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร นำความชื่นชอบในการเพาะเลี้ยงไก่แจ้มาประยุกต์ต่อยอดเป็นกิจกรรมสร้างรายได้ โดยใช้เวลาว่างจากงานประจำมาดูแลสัตว์เลี้ยงคู่ใจ ภายใต้ปณิธานมุ่งมั่นพัฒนาสายพันธุ์ไก่แจ้ทั้งสีกระดำ สีกระโกโก้ สีดอกหมาก และสีทอง ผ่านการทำตลาดออนไลน์ชูจุดเด่นด้วยสถานที่เลี้ยงบนดาดฟ้า เรียกความสนใจจากลูกค้าได้เป็นอย่างดี ผสานกับความเอาใจใส่ติดตามให้คำแนะนำอยู่เสมอจนได้รับเสียงการันตีถึงคุณภาพจากกลุ่มผู้เลี้ยงไก่แจ้ คุณกนกศักดิ์ เล่าว่า ปัจจุบันตนเองอายุ 40 ปี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะประมง วิชาเอกวิทยาศาสตร์ทางทะเล แล้วได้เริ่มต้นประกอบอาชีพส่วนตัวในจังหวัดชุมพร จนวันหนึ่งครอบครัวเริ่มสุขสบายและมีเวลาส่วนตัวมากขึ้น จึงหันมาให้ความสำคัญกับงานอดิเรกที่รัก คือการเลี้ยงสัตว์ เริ่มจากเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ด้วยพื้นฐานจบคณะประมงจึงมีความถนัดทางด้านนี้ แต่ภายหลังจากเลี้ยงปลามาได้ประมาณ 10 ปี ได้ประสบปัญหา เนื่องจากปลามีจำนวนมากกว่า 10 ตู้ และต่างชนิดกัน มีความยุ่งยากในการดูแล กอปรกับการเลี้ยงปลานำไปต่อยอดในเชิงธุรกิจได้ค่อนข้างยาก เพราะพ่อค้าคนกลางมีจำนวนมาก ต้นทุนในการจัดการฟาร์มที่ค่อนข้างสูงจึงไม่เหมาะกับเกษตรกรรายย่อย แต่ด้วยเป็นผู้ที่ชื่นชอบในการเลี้ยงสัตว์ ทั้งเต่า นก ปลา และไก่ ส่งผลให้ได้ทดลองเลี้ยงสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะไก่แจ้มีราคาต้นทุนไม่สูงมากนัก เหมาะกับนักเลี้ยงหน้าใหม่ ผนวกกับพ่อ-แม่พันธุ์มีราคาที่ถูกกว่าปลา แม้ระหว่างทางอาจมีการสูญเสียเหมือนกัน แต่ในแง่ของการลงทุนแล้วไก่แจ้มีความคุ้มค่ากว่า พ่อ-แม่พันธุ์ 1 คู่ สามารถนำมาต่อยอดได้ทันทีเพราะเป็นผู้ผลิตด้วยตนเอง อีกทั้งยังไม่ต้องแข่งขันกับใคร เพียงแต่แข่งขันกับตนเอง ไม่ต้องเลี้ยงในจำนวนที่มาก หากมุ่งทำตลาดใหญ่จนเกินไปก็มีลูกไก่แจ้ไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ไก่แจ้เป็นสัตว์ที่มีความสวยงามโดดเด่นด้วยตัวเอง โดยผู้เลี้ยงไม่ต้องไปปรุงแต่ง มองแล้วสบายตา ส่งผลให้มีการจัดงานประกวดไก่แจ้ขึ้นเพื่อเป็นการกระตุ้นให้คนซื้อไก่โดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งสร้างนักเพาะเลี้ยงและพัฒนาสายพันธุ์ไก่แจ้ที่มีความสามารถเพิ่มขึ้นอยู่ตลอด โดยกลุ่มหรือสมาคมต่างๆ ที่จัดประกวดจะมีการเวียนจัดงานขึ้น ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดในภูมิภาคต่างๆ อยู่ตลอดปี เพราะฉะนั้น ตลาดไก่แจ้จึงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

ค้นหาไก่แจ้สายพันธุ์ดี การเสาะหาลูกไก่แจ้เพื่อนำมาเพาะเลี้ยงสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งการสั่งซื้อจากฟาร์มเลี้ยงผ่านช่องทางออนไลน์และไปหาซื้อยังฟาร์มเพาะพันธุ์โดยตรง แต่ก็ต้องคำนึงถึงความต้องการของตัวผู้เลี้ยงเป็นสำคัญว่าต้องการเพาะเลี้ยงไก่แจ้ในโทนสีใด ซึ่งจะส่งผลให้สามารถทำการเลี้ยงได้ในระยะยาวโดยไม่เบื่อหน่ายง่ายๆ นั่นเอง “ในช่วงแรกที่เลี้ยงไก่แจ้ใช้วิธีการสั่งซื้อลูกไก่แจ้จากฟาร์มเพาะพันธุ์ที่มีการประกาศลงขายในเฟซบุ๊ก โดยเลือกที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด แต่โดยธรรมชาติแล้วไก่แจ้นั้นมีหลายสี ช่วงแรกเราอาจจะรู้สึกชอบไปเสียทั้งหมด อยากเลี้ยงทุกสี ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติของคนเลี้ยง แต่เมื่อเลี้ยงไประยะหนึ่งจะเริ่มรู้ว่าสีใดที่ถูกโฉลกมากที่สุด โดยส่วนมากแล้วผู้เลี้ยงมักมีความต้องการลูกไก่แจ้ตัวผู้ 1 ตัว และตัวเมีย 2 ตัว ซึ่งทั้งหมดจะต้องมีขาที่สั้น นับเป็นคุณสมบัติอันโดดเด่นของไก่แจ้ที่หลายคนให้ความสำคัญ แต่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการที่ไก่แจ้มีขาที่สั้นนั้นคือ ยีนด้อย เพราะไก่แจ้กำเนิดมาจากการผสมพันธุ์แบบเลือดชิด ไม่เหมือนสัตว์ชนิดอื่น อาศัยการผสมพันธุ์กันในระหว่างพี่-น้อง พ่อ-แม่ เพื่อให้ได้ลักษณะทางพันธุกรรมที่ใกล้เคียงกันมากที่สุด ทั้งจากขาสั้น ตัวกลม เตี้ย เหล่านี้ในทางวิทยาศาสตร์ ถือเป็นยีนด้อย แต่คนเรากลับมากะเกณฑ์กันเองว่า ลักษณะแบบนี้คือสวยงาม เพราะฉะนั้น สิ่งที่ต้องแลกมากับความสวยงามของไก่แจ้คือ ความอ่อนแอโดยกำเนิด ส่งผลให้มีอัตราการตายสูงในระหว่างเพาะเลี้ยง หรือเติบโตมาแล้วมีโทนสีที่ถูกต้องเข้าตามตำราได้ค่อนข้างยาก

“เมื่อได้พ่อ-แม่พันธุ์ไก่แจ้มาแล้วจะต้องนำมาเลี้ยงรวมกันเพื่อเข้าคู่ ไก่แจ้จะผสมพันธุ์กันเองแล้วตกไข่ แต่อัตราเฉลี่ยของไข่ที่ผสมติดอาจไม่แน่นอนแม้ว่าจะใช้พ่อพันธุ์ไก่แจ้ขายาวก็ตาม เนื่องด้วยเกิดจากการคัดสรรตามธรรมชาติ ส่วนไข่ที่ได้จะนำเข้าสู่ตู้ฟักไข่อัตโนมัติ (อินคูเบเตอร์) โดยที่แม่ไก่ไม่ต้องกกไข่จึงมีร่างกายที่แข็งแรงสามารถไข่ได้เรื่อยๆ พอหมดรอบก็ใช้ชีวิตได้ตามปกติ รอบไข่ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของตัวเมียและช่วงอายุหากเป็นไก่สาวจะออกไข่ได้ดี ถึงแม้เราจะนำไข่เข้าตู้ฟักแต่ก็ไม่ได้การันตีว่าไข่จะมีเชื้อทุกตัว ต้องทดลองส่องไฟในช่วงกลางคืนตรวจสอบดูว่าเชื้อเดินปกติหรือไม่ หรือใช้วิธีการนำไข่ชุดแรกใส่เข้าไปในถาดรองฟักไข่ด้านล่างก่อนประมาณ 10 ฟอง เมื่อตรวจสอบพบว่าไข่ใบใดมีเชื้อจึงนำขึ้นมาวางบนถาดด้านบนแล้วเขียนวันที่ 1 เอาไว้ ครบ 5 วัน จึงมาตรวจสอบอีกครั้ง หากพบไข่ใบใดไม่มีเชื้อสามารถนำออกได้ทันที ส่วนที่รอดทั้งหมดจะไปฟักตัวในวันที่ 21 ภายหลังจากฟักตัวแล้วจะต้องพักให้อยู่ในตู้ฟักอีกประมาณ 1-2 วัน เพราะไก่แจ้แรกเกิดมีไข่แดงเป็นอาหารอยู่ในท้องจึงไม่ต้องการอาหารใดๆ แต่ควรปล่อยให้ตัวไก่แห้ง และแข็งแรงเสียก่อนจึงค่อยนำออกมาจากตู้ฟัก เมื่อนำไก่แจ้ออกมาจากตู้ฟักแล้วจึงนำมาพักไว้ในลังโฟมที่เจาะเป็นรูเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก หรือแล้วแต่ความสะดวกของผู้เลี้ยง ก่อนจะติดตั้งหลอดไส้เอาไว้เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับไก่แรกเกิด ส่วนอาหารจะให้เป็นอาหารปั่นเช่นเดียวกันกับลูกไก่ในช่วงอนุบาล แต่จะไม่เน้นใช้ยาปฏิชีวนะเข้ามารักษาโรคของไก่แจ้ในช่วงนี้เพราะต้องการให้ไก่แจ้สร้างภูมิต้านทานและแข็งแรงได้ด้วยตนเอง ส่วนการพัฒนาสายพันธุ์นั้นบางครั้งเมื่อเลี้ยงไปสักระยะ อาจจะต้องผ่าเหล่าหาเลือดใหม่เข้ามาเติม เพราะการใช้แต่ไก่แจ้ของตนเองที่มีเลือดชิดกันมากมาผสมพันธุ์อยู่โดยตลอด ไก่แจ้ที่เกิดออกมาจะพิการหรือด้อยลงไปเรื่อยๆ แต่ก็ต้องคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ในกลุ่มโทนสีเดียวกันและฟอร์มที่สวย อาจเลือกใช้วิธีการเสาะหาพ่อ-แม่พันธุ์จากฟาร์มไก่แจ้ที่มีความไว้ใจกันเพื่อใช้เป็นทางเลือกในการเข้าคู่เพื่อผสมพันธุ์ในแต่ละครั้ง

คุณกนกศักดิ์ ฝากถึงผู้สนใจเลี้ยงไก่แจ้ว่า ควรเริ่มต้นเลี้ยงไก่แจ้ด้วยความรัก เพราะต่อไปจะเป็นภาระติดตามตัว ถ้าไม่รักไม่ชอบก็เกิดความเบื่อหน่ายต้องปล่อยเสียของ เพราะฉะนั้น งานอดิเรกไม่ว่าอะไรก็ตาม หากเริ่มต้นด้วยความรักความชอบย่อมมีกำลังใจที่จะดูแลต่อไป แต่ก็ต้องมีจุดยืนของตนเอง ไม่เลี้ยงทุกสีและอยู่ในจำนวนที่ดูแลไหว